ร้านอาหาร โรงแรม โรงเรียน หรือโรงงานที่มีเศษอาหารทุกวัน มักเจอปัญหาถังขยะเปียกเต็มเร็ว มีกลิ่น แมลงรบกวน และมีค่าใช้จ่ายในการขนย้ายขยะอย่างต่อเนื่อง
เครื่องย่อยเศษอาหารจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ แต่เครื่องแต่ละยี่ห้อมีระบบและข้อจำกัดไม่เหมือนกัน ก่อนตัดสินใจซื้อควรพิจารณา 5 เรื่องต่อไปนี้
1. ตรวจสอบลักษณะเศษอาหารของหน้างาน
สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ ในแต่ละวันมีเศษอาหารประเภทใดมากที่สุด เช่น
- เศษผักและผลไม้
- ข้าว เส้น และแป้ง
- เศษเนื้อสัตว์
- อาหารปรุงสุก
- น้ำแกงและอาหารที่มีความชื้นสูง
- กากกาแฟหรือเศษวัตถุดิบจากครัว
ถ้าหน้างานมีน้ำแกงหรือเศษอาหารเปียกมาก ต้องเลือกระบบที่ควบคุมความชื้นได้ดี เพราะความชื้นที่สูงเกินไปอาจทำให้วัสดุภายในเครื่องเปียกแฉะ เกิดกลิ่น และย่อยสลายได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
เครื่องบางประเภทใช้ความร้อนเพื่อไล่ความชื้น ขณะที่บางระบบใช้วัสดุแห้งและจุลินทรีย์ช่วยควบคุมกระบวนการ
ตัวอย่างเช่น เครื่องย่อยเศษอาหารชูชก ShooShoke ใช้ระบบ Aerobic ร่วมกับจุลินทรีย์และกาบมะพร้าวสับ โดยเติมกาบมะพร้าวประมาณ 20–40% ของน้ำหนักเศษอาหาร และปรับตามระดับความชื้นจริงของหน้างาน
2. ถามให้ชัดว่าอะไรใส่ได้และอะไรห้ามใส่
เครื่องย่อยเศษอาหารแต่ละแบรนด์มีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน ก่อนซื้อควรขอรายการจากผู้ขายให้ชัดเจนว่าเครื่องรองรับอะไรได้บ้าง
สิ่งที่ควรคัดแยกออกก่อนใส่เครื่อง ได้แก่
- ช้อน ส้อม และอุปกรณ์โลหะ
- ถุงพลาสติก
- หนังยาง
- แก้วและกระเบื้อง
- กระดูกหรือของแข็งขนาดใหญ่
- เปลือกแข็งที่อาจทำให้อุปกรณ์ติดขัด
- สารเคมีหรือน้ำยาทำความสะอาด
การคัดแยกตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสียหายของใบพัด มอเตอร์ และระบบภายในเครื่อง อีกทั้งยังช่วยให้วัสดุที่ได้มีคุณภาพสม่ำเสมอขึ้น
3. ดูระยะเวลาการทำงานและผลลัพธ์ที่ได้
คำว่า “ย่อยภายใน 24 ชั่วโมง” อาจมีความหมายแตกต่างกันในแต่ละระบบ บางเครื่องให้ผลลัพธ์เป็นเศษอาหารที่ผ่านการบดและอบแห้ง ขณะที่บางเครื่องให้เป็นปุ๋ยหมักขั้นต้นหรือสารปรุงดิน
เครื่อง ShooShoke ใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมงในการเปลี่ยนเศษอาหารให้เป็นปุ๋ยหมักขั้นต้น โดยยังควรนำไปพักหรือบ่มเพิ่มเติมก่อนใช้กับพืชบางประเภท
ดังนั้น ก่อนซื้อควรถามผู้ขายว่า
- หนึ่งรอบใช้เวลากี่ชั่วโมง
- ต้องนำวัสดุออกทุกวันหรือไม่
- ผลลัพธ์เป็นเศษแห้งหรือปุ๋ยหมักขั้นต้น
- ต้องพักบ่มต่ออีกกี่วัน
- สามารถใส่เศษอาหารรอบใหม่ได้เมื่อใด
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยวางแผนเวลาทำงานของแม่บ้าน พนักงานครัว และผู้ดูแลพื้นที่ได้ง่ายขึ้น
4. เลือกเครื่องที่ทำความสะอาดและดูแลไม่ยุ่งยาก
เครื่องย่อยเศษอาหารเป็นอุปกรณ์ที่สัมผัสกับความชื้นและเศษอินทรีย์ทุกวัน จึงควรเลือกวัสดุที่ทนต่อการกัดกร่อนและทำความสะอาดง่าย
จุดที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- ตัวถังทนความชื้นหรือไม่
- ใบพัดผลิตจากวัสดุอะไร
- สามารถเปิดตรวจสอบภายในได้ง่ายหรือไม่
- มีจุดสะสมของเศษอาหารหรือไม่
- มีอะไหล่และทีมซ่อมในประเทศหรือไม่
- มีคู่มือและการสอนใช้งานหรือไม่
เครื่อง ShooShoke ใช้ตัวถังพลาสติก HDPE ซึ่งทนความชื้นและการกัดกร่อน พร้อมใบพัดสแตนเลสเกรด 304 และมีแผงควบคุมเวลาการทำงาน
5. บริการหลังการขายสำคัญพอๆ กับตัวเครื่อง
การใช้เครื่องย่อยเศษอาหารคล้ายกับการดูแลระบบชีวภาพ หากใส่เศษอาหารเปียกมากเกินไป ปุ๋ยอาจเปียกและมีกลิ่น หากใส่ของแข็งหรือสิ่งแปลกปลอม อุปกรณ์อาจติดขัด และบางช่วงอาจต้องปรับปริมาณกาบมะพร้าวหรือจุลินทรีย์
บริการหลังการขายที่ดีจึงควรครอบคลุมเรื่องต่อไปนี้
- การสำรวจปริมาณและประเภทเศษอาหารก่อนติดตั้ง
- การสอนคัดแยกเศษอาหาร
- การแนะนำอัตราส่วนกาบมะพร้าวและจุลินทรีย์
- การแก้ปัญหาปุ๋ยเปียก กลิ่น หรือเครื่องติดขัด
- การจัดหาอะไหล่และวัตถุดิบ
- การบำรุงรักษาและต่อสัญญาบริการ
ShooShoke รับประกันเครื่อง 6 เดือน และสามารถติดต่อเพื่อต่อสัญญาบริการหลังหมดระยะรับประกันได้
เลือกขนาด 25 กก. หรือ 50 กก. ดี
รุ่น 25 กก.
เหมาะสำหรับหน้างานที่มีเศษอาหารประมาณ 7–25 กิโลกรัมต่อรอบ เช่น
- ร้านอาหารขนาดเล็กถึงกลาง
- โรงเรียน
- สำนักงาน
- โรงแรมขนาดเล็ก
- คาเฟ่และโรงอาหารขนาดเล็ก
มอเตอร์กำลังไฟ 180 วัตต์ ราคาปกติ 65,000 บาท รวม VAT
รุ่น 50 กก.
เหมาะสำหรับหน้างานที่มีเศษอาหารประมาณ 20–50 กิโลกรัมต่อรอบ เช่น
- โรงแรมขนาดกลางและขนาดใหญ่
- ศูนย์อาหาร
- ครัวกลาง
- โรงงานผลิตอาหาร
- โรงพยาบาล
- มหาวิทยาลัย
มอเตอร์กำลังไฟ 400 วัตต์ ราคาปกติ 130,000 บาท รวม VAT
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องย่อยเศษอาหารใส่น้ำแกงได้หรือไม่
ขึ้นอยู่กับระบบและข้อกำหนดของแต่ละแบรนด์ หากมีน้ำแกงหรืออาหารเปียกมาก ต้องควบคุมความชื้นด้วยการสะเด็ดน้ำหรือเติมวัสดุแห้งตามสัดส่วนที่ผู้ผลิตแนะนำ
เครื่องย่อยเศษอาหารได้ปุ๋ยพร้อมใช้ทันทีหรือไม่
ไม่เหมือนกันทุกระบบ สำหรับ ShooShoke วัสดุที่ได้หลังประมาณ 24 ชั่วโมงเป็นปุ๋ยหมักขั้นต้น ควรพักเพิ่มเติมก่อนใช้กับพืชผักที่มีความอ่อนไหว
ควรเลือกเครื่องจากขนาดสูงสุดหรือค่าเฉลี่ย
ควรชั่งเศษอาหารจริงอย่างน้อย 7–14 วัน แล้วเลือกขนาดที่รองรับปริมาณเฉลี่ยและวันที่มีเศษอาหารสูงสุดได้โดยไม่ใส่เกินกำลังเครื่อง
สนใจเครื่องย่อยเศษอาหารสำหรับธุรกิจ
Peerapat มีเครื่องย่อยเศษอาหารชูชก ShooShoke ขนาด 25 กก. และ 50 กก. พร้อมให้คำแนะนำตามปริมาณเศษอาหารและลักษณะการใช้งานจริง
LINE OA: @peerapat
โทร: 064-180-8708
เว็บไซต์: https://peerapatproduct.com/
ขอใบเสนอราคา: https://peerapatproduct.com/quotation/
