เครื่องย่อยเศษอาหารคุ้มไหม? วิธีคำนวณ ROI รุ่น 25 และ 50 กก.

เครื่องย่อยเศษอาหารคุ้มหรือไม่ ไม่ควรดูจากราคาเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายเดิมในการจัดการขยะ เช่น ค่าถุงขยะ ค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียมกำจัดขยะ ค่าแรง และปัญหากลิ่นหรือแมลงรบกวน

ธุรกิจที่มีเศษอาหารเกิดขึ้นทุกวันและต้องจ่ายค่ากำจัดตามน้ำหนัก มักเห็นความคุ้มค่าได้ชัดกว่าธุรกิจที่มีเศษอาหารเพียงเล็กน้อยหรือไม่สม่ำเสมอ

ต้นทุนที่ควรนำมาคำนวณ

ต้นทุนเดิมก่อนใช้เครื่อง

  • ค่าจัดเก็บและขนส่งขยะ
  • ค่าธรรมเนียมกำจัดขยะ
  • ค่าถุงขยะและภาชนะ
  • ค่าแรงในการเคลื่อนย้าย
  • ค่าใช้จ่ายในการล้างพื้นที่และควบคุมกลิ่น
  • ความเสี่ยงจากแมลงและสัตว์รบกวน
  • ค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยหรือสารปรุงดิน

ต้นทุนหลังติดตั้งเครื่อง

  • ราคาเครื่อง
  • ค่าไฟฟ้า
  • ค่ากาบมะพร้าวสับ
  • ค่าจุลินทรีย์
  • ค่าแรงผู้ดูแล
  • ค่าอะไหล่และบำรุงรักษา
  • ค่าบริการหลังหมดระยะรับประกัน

เปรียบเทียบรุ่น 25 กก. และ 50 กก.

รายการShooShoke 25 กก.ShooShoke 50 กก.
ปริมาณเศษอาหารต่อรอบประมาณ 7–25 กก.ประมาณ 20–50 กก.
กำลังมอเตอร์180 วัตต์400 วัตต์
ระยะเวลากระบวนการประมาณ 24 ชั่วโมงประมาณ 24 ชั่วโมง
ค่าไฟและวัตถุดิบต่อรอบประมาณ 109.84 บาทประมาณ 222.55 บาท
ต้นทุนเฉลี่ยต่อกิโลกรัมประมาณ 3.25 บาทประมาณ 3.30 บาท
ราคาปกติรวม VAT65,000 บาท130,000 บาท

ตัวเลขต้นทุนต่อรอบคำนวณจากค่าไฟหน่วยละ 4 บาท ร่วมกับกาบมะพร้าวและจุลินทรีย์ตามสูตรที่กำหนด ค่าใช้จ่ายจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามราคาวัตถุดิบและความชื้นของเศษอาหาร

สูตรคำนวณความประหยัดต่อเดือน

ใช้สูตรดังนี้

ค่าใช้จ่ายกำจัดขยะเดิมต่อเดือน

ปริมาณเศษอาหารต่อวัน × ค่าใช้จ่ายกำจัดต่อกิโลกรัม × จำนวนวันใช้งาน

ต้นทุนการใช้เครื่องต่อเดือน

ต้นทุนต่อรอบ × จำนวนรอบต่อเดือน

เงินประหยัดสุทธิต่อเดือน

ค่าใช้จ่ายกำจัดขยะเดิม − ต้นทุนการใช้เครื่อง

ระยะเวลาคืนทุน

ราคาเครื่อง ÷ เงินประหยัดสุทธิต่อเดือน

ตัวอย่างคำนวณ ROI รุ่น 25 กก.

สมมติว่าธุรกิจมีเศษอาหาร 25 กิโลกรัมต่อวัน ใช้งาน 30 วันต่อเดือน และมีต้นทุนจัดการขยะเดิม 10 บาทต่อกิโลกรัม

ค่าใช้จ่ายเดิม

25 กก. × 10 บาท × 30 วัน
= 7,500 บาทต่อเดือน

ต้นทุนใช้เครื่อง

109.84 บาท × 30 รอบ
= 3,295.20 บาทต่อเดือน

เงินประหยัดสุทธิ

7,500 − 3,295.20
= 4,204.80 บาทต่อเดือน

ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ

65,000 ÷ 4,204.80
= ประมาณ 15.5 เดือน

ตัวอย่างคำนวณ ROI รุ่น 50 กก.

สมมติว่าธุรกิจมีเศษอาหาร 50 กิโลกรัมต่อวัน ใช้งาน 30 วันต่อเดือน และมีต้นทุนจัดการขยะเดิม 10 บาทต่อกิโลกรัม

ค่าใช้จ่ายเดิม

50 กก. × 10 บาท × 30 วัน
= 15,000 บาทต่อเดือน

ต้นทุนใช้เครื่อง

222.55 บาท × 30 รอบ
= 6,676.50 บาทต่อเดือน

เงินประหยัดสุทธิ

15,000 − 6,676.50
= 8,323.50 บาทต่อเดือน

ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ

130,000 ÷ 8,323.50
= ประมาณ 15.6 เดือน

ตัวอย่างนี้เป็นการคำนวณเบื้องต้น ยังไม่รวมค่าแรง ค่าบำรุงรักษา มูลค่าปุ๋ยที่ได้ และผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร

ค่าใช้จ่ายกำจัดขยะเท่าไรจึงเริ่มน่าสนใจ

หากพิจารณาเฉพาะต้นทุนผันแปร ค่าใช้เครื่อง ShooShoke อยู่ที่ประมาณ

  • รุ่น 25 กก. ประมาณ 3.25 บาทต่อกิโลกรัม
  • รุ่น 50 กก. ประมาณ 3.30 บาทต่อกิโลกรัม

หากธุรกิจมีค่าใช้จ่ายในการจัดการเศษอาหารสูงกว่าตัวเลขนี้ การใช้เครื่องจะเริ่มช่วยลดต้นทุนผันแปรได้ แต่การคืนเงินลงทุนต้องพิจารณาราคาเครื่องและจำนวนรอบใช้งานร่วมด้วย

ความคุ้มค่าที่ไม่ได้อยู่ในตัวเลขค่าไฟ

นอกจากเงินที่ประหยัดได้โดยตรง เครื่องย่อยเศษอาหารยังช่วยสร้างผลลัพธ์ด้านอื่น เช่น

  • ลดปริมาณขยะเปียกที่ต้องนำออกจากพื้นที่
  • ลดกลิ่นและน้ำจากถุงขยะ
  • ลดปัญหาแมลงและสัตว์รบกวน
  • ลดจำนวนเที่ยวในการขนย้าย
  • นำปุ๋ยหมักขั้นต้นไปใช้กับพื้นที่สีเขียว
  • สนับสนุนโครงการ Zero Waste
  • ใช้เป็นข้อมูลประกอบรายงาน ESG
  • สร้างภาพลักษณ์องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม
  • ใช้สื่อสารกับลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

แนวคิดของ ShooShoke เน้นการเปลี่ยนเศษอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ สนับสนุน Circular Economy และลดภาระการจัดการขยะเปียกขององค์กร

เลือกรุ่นอย่างไรให้ได้ ROI ที่เหมาะสม

เลือกรุ่น 25 กก. เมื่อ

  • มีเศษอาหารเฉลี่ย 7–25 กิโลกรัมต่อวัน
  • ต้องการเริ่มโครงการจัดการขยะในขนาดไม่ใหญ่มาก
  • มีพื้นที่ติดตั้งจำกัด
  • ต้องการใช้งบลงทุนเริ่มต้นต่ำกว่า

เลือกรุ่น 50 กก. เมื่อ

  • มีเศษอาหารเฉลี่ย 20–50 กิโลกรัมต่อวัน
  • มีเศษอาหารทุกวันและปริมาณค่อนข้างสม่ำเสมอ
  • เป็นโรงแรม ศูนย์อาหาร ครัวกลาง หรือโรงงาน
  • ต้องการลดจำนวนรอบและลดการสะสมของขยะระหว่างวัน

ไม่ควรเลือกรุ่นใหญ่เกินความจำเป็น เพราะเครื่องจะคุ้มค่าที่สุดเมื่อมีปริมาณเศษอาหารเพียงพอให้เดินเครื่องได้สม่ำเสมอ

Frequently asked questions

เครื่องย่อยเศษอาหารคืนทุนกี่ปี

ขึ้นอยู่กับปริมาณเศษอาหาร ค่าใช้จ่ายกำจัดขยะเดิม และจำนวนวันที่ใช้งาน จากตัวอย่างที่ค่ากำจัดขยะ 10 บาทต่อกิโลกรัม อาจคืนทุนได้ประมาณ 15–16 เดือน

ปุ๋ยที่ได้สามารถนำมาคิดเป็นรายได้หรือไม่

สามารถนำมาคิดเป็นมูลค่าเพิ่มได้ หากนำไปใช้แทนการซื้อปุ๋ย ใช้ในพื้นที่สีเขียว หรือพัฒนาเป็นกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม แต่ควรตรวจสอบคุณภาพและวิธีใช้ให้เหมาะกับพืช

ควรชั่งเศษอาหารก่อนซื้อเครื่องหรือไม่

ควรชั่งอย่างน้อย 7–14 วัน และแยกข้อมูลวันธรรมดา วันหยุด และวันที่มีงานจัดเลี้ยง เพื่อให้เลือกรุ่นได้ตรงกับปริมาณจริง

ให้ Peerapat ช่วยคำนวณความคุ้มค่า

สามารถส่งข้อมูลปริมาณเศษอาหารต่อวัน ค่าเก็บขนขยะ และลักษณะเศษอาหารให้ทีมงานช่วยประเมินรุ่นที่เหมาะสมและคำนวณความคุ้มค่าเบื้องต้นได้

LINE OA: @peerapat
โทร: 064-180-8708
เว็บไซต์: https://peerapatproduct.com/
ขอใบเสนอราคา: https://peerapatproduct.com/quotation/